• 15 July 2024

1) University of Oxford

ด้วยชื่อเสียงอันทรงเกียรติและประวัติศาสตร์ที่ยาวนานในด้านความเป็นเลิศทางด้านวรรณคดีอังกฤษ ทำให้ University of Oxford หรือที่รู้จักกันในชื่อมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดคว้าอันดับหนึ่งไปในการจัดอันดับของเรา โดยปัจจุบันมหาวิทยาลัยแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองออกซฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นอย่างที่รู้กันว่าเอกภาษาอังกฤษของที่นี่ให้ความสำคัญกับงานวิจัยและการคิดเชิงวิพากษ์และทักษะการอ่านอย่างใกล้ชิดกับนักศึกษา โดยจะที่นี่จะมีหลักสูตรสำหรับบุคคลที่มีความสนใจสำหรับวรรณกรรมเป็นเฉพาะ ยกตัวอย่างเช่น วรรณกรรมในช่วงยุคกลาง หรือการศึกษางานของกวีชื่อดังอย่างเชคสเปียร์ (Shakespeare)  นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังมีศูนย์วิจัยและสถาบันหลายแห่งที่จัดตั้งเพื่อการศึกษาวรรณคดีอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น the Oxford English Faculty Research Centre หรือ เทศกาลวรรณกรรมอ็อกซ์ฟอร์ด (the Oxford Literary Festival) โดยหากสนใจรายละเอียดหลักสูตรต่าง ๆ ก็สามารถอ่านเพิ่มเติมตามลิงค์ข้างล่างได้เลย

https://www.ox.ac.uk/admissions/undergraduate/courses/course-listing/english-language-and-literature

2) University of Cambridge

         อันดับที่สองได้แก่ University of Cambridge หรือมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ อีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลกในด้านหลักสูตรวรรณคดีอังกฤษ โดยจะรู้กันว่าที่นี่ก็มีชื่อเสียงไม่แพ้กับมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดในด้านของงานวิจัยวรรณกรรม อีกทั้งยังมีหลักสูตรที่หลากหลายสำหรับผู้ที่มีความสนใจอยากจะศึกษาวรรณกรรมด้วย อาทิ การเขียนเชิงสร้างสรรค์ วรรณกรรมสำหรับเด็ก และการศึกษางานเขียนหลังยุคล่าอาณานิคม โดยมหาวิทยาลัยแห่งนี้ปัจจุบันตั้งอยู่ที่เมืองเคมบริดจ์ ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนานและเป็นที่ตั้งของสถาบันทางวัฒนธรรม และศิลปะที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง โดยทางมหาวิทยาลัยก็มีศูนย์วิจัยและสถาบันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น the Cambridge English Faculty Research Centre หรือสำนักพิมพ์ที่โด่งดังอย่าง the Cambridge University Press หากสนใจทางด้านวรรณคดีแล้วล่ะก็บอกเลยว่าห้ามพลาด!

3) University of Edinburgh

         ตามมาติด ๆ อย่าง University of Edinburgh หรือมหาวิทยาลัยเอดินเบอระ ฟังชื่อแล้วอาจจะดูไม่คุ้น แต่ว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้มีชื่อเสียงระดับนานาชาติในด้านความหลากหลายของหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับวรรณคดีอังกฤษ โดยที่นี่จะให้ความสำคัญและเน้นไปในทางวรรณกรรมร่วมสมัย โดยจะมีทางเลือกมากมายให้แก่ผู้ที่สนใจมาศึกษา ยกตัวอย่างเช่น การเขียนเชิงสร้างสรรค์ การศึกษาเชิงภาพยนตร์ และการศึกษาวัฒนธรรม เป็นต้น ปัจจุบันมหาวิทยาลัยเอดินเบอระตั้งอยู่ในเมืองหลวงของสกอตแลนด์ ซึ่งเป็นที่รู้จักในด้านประวัติศาสตร์อันยาวนาน  สถาปัตยกรรมที่สวยงาม และวัฒนธรรมที่มีชีวิตชีวา โดยทางมหาวิทยาลัยก็ยังผลิตนักเขียนที่มีชื่อเสียงหลายคน ไม่ว่าจะเป็น Sir Walter Scott หรือ Muriel Spark อีกด้วย

4) University of Glasgow

         อันดับ 4 ได้แก่ University of Glasgow หรือมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ อีกหนึ่งมหาวิทยาลัยที่ชื่ออาจจะไม่คุ้น แต่มหาวิทยาลัยแห่งนี้เปิดสอนหลักสูตรวรรณคดีอังกฤษหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับวรรณคดีสกอตแลนด์และวรรณคดีของเกาะอังกฤษ โดยจะมีทางเลือกให้กับผู้ที่มาศึกษามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเขียนเชิงสร้างสรรค์ วัฒนธรรมศึกษา และเพศศึกษา (Gender studies) โดยทางมหาลัยก็จะเน้นให้ความสำคัญกับงานวิจัยและทักษะการคิดเชิงวิพากษ์วิจารณ์ขณะเรียนรู้ ปัจจุบันมหาวิทยาลัยกลาสโกว์ตั้งอยู่ทางตะวันตกของสกอตแลนด์ ซึ่งเป็นที่รู้จักในด้านประวัติศาสตร์ทางวัฒนธรรมอันยาวนาน ศิลปะที่มีชีวิตชีวา และสวนสาธารณะที่สวยงาม บอกได้เลยว่าหากต้องการสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการเรียนล่ะก็ที่นี่เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว

5) The University of St. Andrews

         อันดับที่ 5 ได้แก่ The University of St. Andrews หรือที่เรามักจะรู้จักกันในชื่อของมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูส์ ฟังแล้วดูจะดูคุ้น ๆ อาจจะเป็นเพราะว่าชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยนี้แห่งค่อนข้างกว้างขวางและโด่งดังเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านหลักสูตรวรรณคดีอังกฤษ โดยปัจจุบันที่นี่มีศูนย์วิจัยและสถาบันหลายแห่งที่เปิดเพื่อการศึกษาวรรณคดีโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ศึกษาวรรณคดีและประวัติศาสตร์ของหนังสือ (the Centre for the Study of Literature and the History of the Book) ซึ่งนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็ได้ผลิตนักเขียนที่มีชื่อเสียงมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Muriel Spark หรือ J.M. Coetzee โดยนักเรียนที่มาศึกษาที่นี่ก็ได้จะเรียนรู้วรรณกรรมต่าง ๆ แบ่งแยกไปตามช่วงเวลาและประเภท อาทิ วรรณกรรมโรแมนติก วรรณกรรมวิคตอเรีย วรรณกรรมสมัยใหม่ และวรรณกรรมร่วมสมัย เป็นต้น โดยปัจจุบันมหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูส์ก็ตั้งอยู่ในเมือง St. Andrews ทางตะวันออกของสกอตแลนด์ ซึ่งอยู่ใกล้บริเวณชายฝั่งที่สวยงาม เซนต์แอนดรูว์ยังเป็นที่เป็นที่รู้จักจากสนามกอล์ฟ และเป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นปราสาทเซนต์แอนดรู (the St. Andrews Castle) และวิหารเซนต์แอนดรู (the St. Andrews Cathedral) อีกด้วย

6) University of Bristol – Bristol

         อันดับถัดไป University of Bristol หรือเป็นที่รู้จักกันในชื่อของมหาวิทยาลัยบริสตอลคว้าอันดับ 6 ไปในการจัดอันดับครั้งนี้ โดยปัจจุบันมหาวิทยาลัยแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษและเป็นที่รู้จักในด้านวัฒนธรรมที่หลากหลาย ฉากศิลปะที่มีชีวิตชีวา และสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่สวยงาม ซึ่งทางมหาวิทยาลัยบริสตอลมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในด้านหลักสูตรวรรณคดีอังกฤษ โดยเฉพาะการเขียนเชิงสร้างสรรค์และวรรณกรรมสำหรับเด็ก ในส่วนของตัวหลักสูตรก็จะมุ่งเน้นไปที่วรรณกรรมร่วมสมัย โดยมีตัวเลือกมากมายให้กับผู้ที่สนใจอยากจะศึกษาวรรณคดี ยกตัวอย่างเช่น การศึกษาภาพยนตร์ การศึกษาวัฒนธรรม และเพศศึกษา (Gender studies) เป็นต้น นอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยก็ยังมีศูนย์วิจัยและสถาบันสำหรับศึกษาวรรณคดีโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การศึกษา Robert Burns (the Centre for Robert Burns Studies) และศูนย์การศึกษางานเขียนสก็อตแลนด์และเซลติกอีกด้วย

7) University of Leeds

         อีกหนึ่งมหาวิทยาลัยจากเกาะอังกฤษ University of Leeds หรือที่รู้จักกันในชื่อว่ามหาวิทยาลัยลีดส์ เฉกเช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ที่นี่มีชื่อเสียงอย่างมากในด้านหลักสูตรวรรณคดีอังกฤษ มีหลักสูตรและแหล่งข้อมูลที่หลากหลายสำหรับนักศึกษา โดยจะมุ่งเน้นไปในด้านของงานวิจัยและทักษะการคิดเชิงวิพากวิจารณ์ นักเรียนที่นี่จะมีโอกาสศึกษาวรรณกรรมที่หลากหลายตามช่วงเวลาและประเภทของวรรณกรรม ไม่ว่าจะเป็นวรรณกรรมยุคกลาง วรรณกรรมเรอเนสซองส์ วรรณกรรมโรแมนติก และวรรณกรรมวิคตอเรีย โดยปัจจุบันมหาวิทยาลัยแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองลีดส์ (Leeds) ซึ่งเป็นเมืองทางตอนเหนือของอังกฤษ ลีดส์เป็นที่รู้จักในด้านวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตชีวา และเป็นที่ตั้งของสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมหลายแห่ง อาทิ Leeds Art Gallery และ เทศกาล Leeds International Film Festival อันโด่งดัง อ่านแค่นี้แล้วก็รู้ว่าน่าสนใจ บอกเลยล่ะว่าต้องลองไปเรียนดูสักครั้ง

8) The University of Manchester

            อันดับที่ 8 ได้แก่ The University of Manchester หรือมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ โดยที่นี่ก็ได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าหลักสูตรวรรณคดีอังกฤษเมื่อเทียบกับมหาลัยอื่น ๆ ก็ไม่แพ้ใครเลยทีเดียว มีการเปิดสอนหลักสูตรที่ครอบคลุม และมีวรรณกรรมเกือบทุกประเภทให้ศึกษา นักเรียนที่มาเรียนที่นี่จะได้ศึกษาวรรณคดีตามช่วงเวลา ตั้งแต่ยุคกลางจนถึงยุคปัจจุบัน โดยจะมีส่วนร่วมระหว่างเรียนผ่านการวิพากษ์วิจารณ์หรือการแสดงความคิดเห็น นอกจากนี้แล้วตัวหลักสูตรก็ยังมีกิจกรรมนอกเวลาสำหรับให้นักเรียนเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นชมรมวรรณกรรม และเวิร์คช็อปการเขียน โดยทางมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ก็มีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับสมาคมวรรณกรรมในเมืองแมนเชสเตอร์และเมืองอื่น ๆ ในอังกฤษ ทำให้นักศึกษามีโอกาสได้เข้าร่วมทำกิจกรรมกับนักเขียนท้องถิ่นอีกด้วย  ทั้งนี้มหาวิทยาลัยแห่งนี้ในอดีตยังผลิตนักเขียนชื่อดังหลาย ๆ คนไม่ว่าจะเป็น Elizabeth Gaskell หรือ Anthony Burgess นั้นเอง

9) University of Southampton

            อีกหนึ่งสถาบันชั้นนำในประเทศอังกฤษ University of Southampton หรือมหาวิทยาลัยเซาแทมป์ตัน ปัจจุบันมหาวิทยาลัยแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมือง Southampton ซึ่งตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตอนใต้ของประเทศอังกฤษ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลแฮมป์เชียร์ และเป็นที่รู้จักในด้านประวัติศาสตร์การเดินเรือและวัฒนธรรมอันยาวนาน ในส่วนของหลักสูตรวรรณคดีอังกฤษที่นี่ก็ดังไม่น้อยเลยทีเดียว มีการเปิดสอนหลักสูตรอันหลากหลาย ตลอดจนกิจกรรมนอกหลักสูตร ไม่ว่าจะเป็นชมรมวรรณกรรม หรือเวิร์คช็อปต่าง ๆ โดยทางมหาวิทยาลัยก็ยังมีศูนย์วิจัยและสถาบันหลายแห่ง ที่ก่อตั้งมาเพื่อการศึกษาวรรณคดีอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์การศึกษายุคฟื้นฟูศิลปวิทยาและสมัยใหม่ตอนต้น (the Centre for Renaissance and Early Modern Studies) และศูนย์การศึกษาศตวรรษที่สิบแปดอันยาวนาน  (the Centre for the Study of the Long Eighteenth Century) โดยทั้งสองก็เป็นแหล่งข้อมูลที่สำคัญสำหรับผู้ที่มีความสนใจอยากจะเรียนสายวรรณกรรม

10) University of York

            อันดับสุดท้าย ได้แก่ University of York หรือมหาวิทยาลัยยอร์ก  โดยปัจจุบันตั้งอยู่ในเมือง York ประเทศอังกฤษ สามารถเดินทางสะดวกสบาย เข้าถึงได้ง่ายด้วยระบบขนส่งสาธารณะเนื่องจากตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองใหญ่อย่าง Leed และ Manchester โดยเมืองยอร์กเองเป็นสถานที่ที่มีชีวิตชีวาและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ มีวัฒนธรรมที่หลากหลาย รวมถึงพิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี่ และสถานที่ท่องเที่ยว ในส่วนของตัวหลักสูตรวรรณคดีอังกฤษน่าสนใจไม่แพ้ที่อื่น มีการเปิดสอนหลักสูตรที่หลากหลายและน่าสนใจ อาทิ หลักสูตรวรรณคดีอังกฤษสมัยกลาง ซึ่งจะสอนงานวรรณกรรมดัง ๆ อย่าง “Canterbury Tales” ของ Chaucer หรือ “Sir Gawain and the Green Knight” เป็นต้น โดยหลักสูตรเหล่านี้ก็จะช่วยให้นักเรียนเข้าใจเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมและการเปลี่ยนแปลงทางวรรณกรรมที่หล่อหลอมภาษาและวัฒนธรรมของประเทศอังกฤษ โดยนักเขียนที่จบจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็มี Jeanette Winterson ผู้เขียนนิยายชื่อดังอย่าง “Oranges Are Not the Only Fruit” และ “The PowerBook” นั้นเอง

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *