หลังจากผ่านช่วงเวลาที่ทั้งคู่ไม่ได้ลงรูปคู่หวานๆด้วยกันมานาน ถึงวันนี้ เอสเธอร์ได้ออกมาเผยถึงความสัมพันธ์กับเคน ภูภูมิว่า ตนไม่เหลือความรู้สึกแบบคนรักให้กับเคนแล้ว ถ้าหากขอจีบใหม่ก็ต้องเริ่มนับ 1 ใหม่เลย

ล่าสุดวันที่ 14 ธ.ค. 66 ผู้สื่อข่าวได้สอบถามทางด้าน เอสเธอร์ ที่มางานแถลงข่าว MONO ORIGINAL 2024 “THE INFINITY OF THAI CONTENT เปิดศักราช สาดเต็ม แมกซ์” ณ Stadium MONO29 ถนนชัยพฤกษ์ ซึ่งเป็นงานเดียวกันกับ เคน ว่าจะให้โอกาสอดีตหวานใจมั้ย โดยนางเอกสาวตอบว่า “ไม่รู้จะตอบอะไรเลยค่ะ”

ความสัมพันธ์ตอนนี้เริ่มนับหนึ่งใหม่? “ก็อาจจะต้องถอยกลับมาค่ะ อย่างที่บอกไปครั้งที่แล้วว่าระหว่างหนูกับพี่เขา เราไม่ได้รู้สึกเหมือนคู่รัก เรารู้สึกเหมือนเขาเป็นคนในครอบครัวที่เราเป็นห่วงเป็นใยซึ่งกันและกัน แต่ความรู้สึกที่เราคบกันแบบคนรักกัน ณ ตรงนี้มันไม่มีแล้ว มันไม่เหลือแล้ว เราก็บอกเขาตรงๆ ด้วย”

เขาบอกว่าไม่อยากเลิก ไม่อยากเป็นพี่น้อง อยากเป็นคนรัก? “ต้องบอกว่าคู่ของหนู จริงๆ มันมีปัญหาที่ใหญ่แล้วก็หนักในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ในระหว่างที่คบกันแค่เลือกที่จะไม่พูด เพราะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องในบ้าน ก็อยากที่จะเก็บไว้ แต่มันยาวมาจนถึงตอนนี้ เรารู้สึกว่าถ้าความสัมพันธ์ของทั้งคู่มันเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ มันก็ไม่ดีต่อตัวเราเองด้วย ไม่ดีต่อตัวพี่เขาด้วย เราก็เลยเลือกที่จะคุยกับเขาตรงๆ คือก่อนหน้านั้นค่ะ”

5 ปีที่ผ่านมาพยายามปรับแล้ว? “พยายามปรับตัว พยายามทำให้มันดีขึ้น แต่มันก็กลับมาอยู่จุดเดิมที่รู้สึกว่ามันไม่ได้มีการพัฒนาขึ้น”

ขาพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองในสิ่งที่เราขอไหม หรือมีข้อตกลงกันไหม? “ไม่ได้มีข้อตกลงกันแบบ 1 2 3 4 5 แต่มันผิดที่คู่ของหนูเป็นคู่ที่ไม่สื่อสารกัน เป็นคู่ที่ไม่ได้ดูแล ไม่ได้ใส่ใจในเรื่องของความสัมพันธ์ จนันนึงเราลืมตาขึ้นมาแล้ว เอ๊ะ ทำไมความสัมพันธ์ของเรามันเป็นแบบนี้ ทำไมมันไม่ดี ทำไมมันยิ่งแย่ลง ไม่ดีขึ้น จนเราต้องกลับมาคิดว่าเราจะต้องแก้ไขยังไงดี”

ช่วงเวลาเกี่ยวข้องไหม ที่เราต้องอยู่ห่างกัน? “ตอนที่พี่เขาไปเรียนเหรอคะ ก็ไม่เกี่ยวนะคะ แต่หนูแค่มองตรงจุดที่ว่าด้วยเราอายุเยอะทั้งคู่แล้ว ถ้ามันไม่ดีขึ้นหรือคบกันแล้วมันไม่ได้ทำให้ทั้งคู่มีความสุข แล้วดีขึ้น เราก็ต้องหันมามองไหมว่าเราจะเอายังไงต่อกับชีวิต เหมือนถ้าเราคบกันไปแบบนี้เรื่อยๆ จะเสียเวลาทั้งคู่”

เขาบอกจะเดินหน้าต่อ เราจะให้โอกาสไหม? “หนูก็ไม่ได้ปิดนะคะ เพราะเราก็ไม่รู้ว่าอนาคตเราจะเป็นยังไง แต่ถ้า ณ ตอนนี้ความสัมพันธ์มันไม่ได้รู้สึกเหมือนคนรักกัน มันก็ต้องเริ่มสร้างใหม่แหละ แต่อยู่ที่ว่าเราก็ต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกันว่าเราจะพัฒนาไปได้ดีขึ้นกว่าเดิมไหม หรือไม่รู้ว่าจะไปในทิศทางไหน”

เราเปิดโอกาสให้เขา และก็เปิดโอกาสให้ตัวเองด้วย? “ถูกต้องค่ะ เราไม่ได้ปิดเขา แต่เราก็ไม่ได้ปิดตัวเองด้วย”

การกลับมาครั้งนี้ ต้องมีข้อตกลงไหม? “ไม่ได้ตกลงเลยค่ะ (ยื่นข้อเสนอให้ไหม เขาเดินหน้าง้อ-จีบ?) เราแค่บอกในจุดที่เรารู้สึกว่าเราเห็นปัญหาของตัวเราด้วย และเขาเห็นปัญหาของตัวเราด้วย เราบอกในจุดที่ไม่โอเคกันและกันทั้งคู่ บอกไปแบบตรงๆ เรียบร้อย เคลียร์แล้ว อยู่ที่ว่าจะไปในทิศทางไหนได้”

ถ้าเราเปิดโอกาสให้ตัวเอง แสดงว่าคนอื่นก็มีสิทธิที่จะเข้ามาทำความรู้จัก? “หนูไม่ปิดค่ะ (มีเข้ามาไหม?) ไม่มีค่ะ (หัวเราะ)”

อาจจะเพราะเรายังไม่ชัดเจน คนยังไม่รู้เลยไม่กล้าเข้าหา เคนเหนื่อยแล้วนะ? “ต้องรู้ซะบ้าง (หัวเราะ) (เขาจะมีคู่แข่งแล้วตอนนี้?) ถูกต้องค่ะ”

ครอบครัวเราก็สนิทกับ “เคน” มาก ได้เป็นกาวใจไหม? “ไม่ๆ เขารู้ปัญหา รู้ทุกอย่าง แต่ว่าเขารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องของคน 2 คน เขาก็ได้แต่คอยให้คำปรึกษาอยู่ห่างๆ ส่วนในเรื่องการตัดสินใจว่าเราจะเอายังไงต่อ จะทำยังไง ก็เป็นในส่วนหน้าที่ของเราและพี่เขาค่ะ”

อาถรรพ์ 7 ปีเกี่ยวไหม? “หนูว่า 7 ปี เป็นช่วงระเวลาที่เราเรียนรู้ใครสักคนนึง รู้ถึงสันดานที่แท้จริง หมายถึงว่าสันดานที่เขารู้ของเราและรู้กันและกัน รู้นิสัยกันและกัน รู้มากกว่านิสัยด้วยค่ะ รู้ถึงตัวตนแท้จริง ที่ถามเรื่องอาถรรพ์ส่วนตัวหนูไม่เชื่อค่ะ”

เคนบอกจะฝ่าอาถรรพ์ให้ได้? “ต้องลองดูค่ะ”

พอรู้กันมากกว่านิสัยแล้ว กำแพงสูงขึ้นกว่าเดิมไหม? “กำแพงไม่สูงค่ะ แค่รู้สึกว่าต้องรู้ให้ดี แล้วก็ต้องเอาใจใส่ในเรื่องของความสัมพันธ์มากขึ้น ไม่ใช่ว่าคบกันก็ปล่อยปละละเลย มันเป็นสิ่งนึงที่เราควรจะต้องเอาใจใส่ ดูแลรักษาให้ดี”

กับข่าวอักษรย่อที่มีมาก่อนหน้านี้ มันกระทบเราไหม คนก็ชี้เป้าเป็นคู่ตลอด? “ไม่กระทบเลยค่ะ ไม่มีค่ะ”

ณ ตอนนี้ยืนยันได้ไหม ว่าอยากมีแฟนไหม? “ตอนนี้ก็ขอพักก่อน หมายถึงว่าไม่รีบตัดสินใจ ทำอะไรด้วยสติ ไม่ใช่อารมณ์ในการดำเนินชีวิต”

ไม่เหงาเหรอจะเคานต์ดาวน์ปีใหม่แล้ว? “ไม่เหงาๆ”

ตอนนี้โสดไหม? “เรียกว่ารักษาใจอยู่แล้วกันค่ะ ระยะทำใจ”

ยังเห็นภาพเขาในอนาคตอยู่ไหม? “ถ้า ณ ตอนนี้เหรอคะ ไม่รู้เลย มันมัวๆ ลางๆ ไปหมดเลย แต่อย่างที่บอกว่าเราทำอะไรด้วยกันเยอะ อย่างงานที่ต้องทำด้วยกัน ก็ต้องเจอกันบ่อยๆ อยู่แล้ว เราก็เห็นเขาเป็นเหมือนคนในครอบครัว เราก็อยากให้เขาได้แต่สิ่งดีๆ รักและหวังดีกับเขาเสมอ”

เขาง้อเราเยอะไหมที่ผ่านมา? “ตั้งแต่เขากลับมา เพิ่งได้คุยกันจริงจังไม่กี่วันนี้เองค่ะ (เขาดูเดินหน้ามาก?) เขาน่าจะเห็นตั้งแต่สัมภาษณ์ที่แล้ว”

ถ้าใจอ่อนเมื่อไหร่จะบอก? “ได้ค่ะ”.

แหล่งที่มาอ้างอิง kaosod.com

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *