กระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้ปี 2566 เป็นปีแห่งสุขภาพสูงวัยไทย เพื่อกระตุ้นเตือนให้ทุกคนตระหนักรู้ว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบในปี 2572 จากรายงานของศูนย์วิจัยกสิกรไทยพบว่า การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนประชากรนี้จะนำมาซึ่งความจำเป็นเร่งด่วนในด้านบริการสาธารณสุข และการสนับสนุนด้านสุขภาพที่ครอบคลุม เพื่อรับมือกับวิกฤติครั้งใหม่เมื่อประเทศไทยแก่ตัวลง

                   ถามว่าจะแก่อย่างมีคุณภาพ…ชราอย่างมีสุข…ใช้ชีวิตวัยเกษียณด้วยความสง่างามได้อย่างไร ลองฟังเคล็ดลับจากต้นแบบคนวัยเก๋า

                   “ใช้ชีวิตอย่างมีสติ” โดยเฉพาะการมีสติในการกิน แทนที่จะกินตามใจปากก็หันมาใช้สติคิดเสียว่าเรากินเพื่ออยู่ ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน การกินตามใจปากแต่สุดท้ายต้องจ่ายค่าหมอแพงๆเพื่อลดไขมันลดน้ำตาลเท่ากับเป็นการทำร้ายตัวเองแบบผ่อนส่งก่อนจะตักอะไรเข้าปากลองใช้สติพิจารณาอย่างมีเหตุมีผล

                   “ร่าเริง รื่นเริง คึกคัก ครึกครื้น” คาถาที่ว่านี้ “ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล” เล่าว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงรับสั่งเสมอ เพราะจิตเป็นเรื่องสำคัญ ต้องมีอารมณ์ขันตลอดเวลามองเห็นทุกอย่างเป็นเรื่องสนุก จึงจะทำงานสำเร็จรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เมื่อตัวเรายิ้มแย้มแจ่มใส บรรยากาศรอบตัวก็รื่นเริงไปด้วย

                   “รักษากายและจิตให้ดี” ผู้สูงอายุต้องรักษาร่างกายให้ดีเพราะเงินทองไม่มีประโยชน์เอาแค่พอเพียงต่อชีวิตความเป็นอยู่เรื่องจิตก็สำคัญ อย่าปล่อยให้จิตใจหดหู่หงอยเหงา อย่าไปขุ่นมัวโดยไร้ประโยชน์ ให้หาโอกาสเอาจิตไปพักผ่อน เรียนรู้ธรรมะบ้างคิดเสมอว่าเวลาอยู่ในโลกนี้สั้นแล้ว อย่าเสียเวลาเป็นทุกข์

                   “หางานอดิเรกทำ สร้างสัมพันธ์ทางสังคม” ผู้สูงอายุที่ได้รับการซัพพอร์ตจากครอบครัวและเพื่อนฝูง จะมีความนับถือในตนเองสูงกว่าผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียว ลองหาสังคมที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ หรือเริ่มต้นเรียนสิ่งใหม่ๆหางานอดิเรกสนุกๆทำจะได้พบปะกับเพื่อนๆที่มีความชอบเหมือนกันทำ ให้แต่ละวันของชีวิตมีความหมาย

                   “อย่าหยุดทำงาน” เกษียณแล้วอย่าเอาแต่นั่งๆนอนๆอยู่กับบ้าน เพราะเมื่อไหร่ที่เราหยุดทำงาน ร่างกายเราก็จะหยุดตามลงไปด้วย เหมือนรถที่จอดเฉยๆสตาร์ตไม่ติดในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงรับสั่งเสมอว่า อย่าหยุดด้วยจิต และกายก็อย่าหยุดด้วย

                   “อยู่อย่างสง่าตายอย่างสงบ” ตอนมีชีวิตอยู่ต้องมีความสง่างามในตัวเอง ทุกอย่างต้องช่วยเหลือตัวเองได้ใครเห็นก็ให้ความเคารพนับถือ และเมื่อถึงเวลาตายก็ตายอย่างสงบ อย่าไปกลัวความตาย จะยิ่งใหญ่แค่ไหนเมื่อตายแล้วเกียรติยศเงินทองสะสมไว้แค่ไหนก็ต้องส่งคืนหมดสิ่งเดียวที่เหลือไว้ คือคุณงามความดีของเราที่ยังทำให้คนนึกถึง แต่ถ้าทำความชั่วไว้มากคนก็ยังด่าทอไปจนถึงลูกหลาน

                   “ใช้ชีวิตโดยรักษาความเป็นธรรมดาไว้” เลิกยึดติดยศถาบรรดาศักดิ์ แต่ให้ทำชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย เพราะจะยิ่งใหญ่มาจากไหนเกษียณแล้วทุกอย่างสูงสุดคืนสู่สามัญ

ที่มา: เว็บไซต์ไทยรัฐ 

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *