• 4 March 2024

พันธกิจการกอบกู้วิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลายโจทย์และความท้าทายของทุกภาคส่วนที่ต้องร่วมด้วยช่วยกันเพื่อลดผลกระทบที่กำลังเป็นภัยคุกคามโลก ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นหนึ่งในภาคธุรกิจที่มุ่งยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนความยั่งยืน

นายธนพล ศิริธนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ FPT กล่าวว่า จากวิกฤติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี เป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้ประกอบการอสังหาฯ ต้องมีบทบาทอย่างจริงจังในการช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เพราะ 40% ของอุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาจากภาคอสังหาฯ

ดังนั้น ผู้ประกอบการควรรับผิดชอบโดยการตั้งเป้าหมายอย่างจริงจังในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) โดยวางเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ของบริษัทในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางด้านความยั่งยืน

“FPT ดำเนินงานด้านความยั่งยืนภายใต้กรอบการทำงานของกลุ่มเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ที่วางเป้าหมายว่าต้องเป็นองค์กรที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon) ภายในปี2593 ซึ่งเป็นแนวทางครอบคลุมการดำเนินงานทุกกลุ่มธุรกิจของบริษัท ทั้งที่อยู่อาศัย อุตสาหกรรม และพาณิชยกรรม ด้วยการพัฒนาโครงการต่าง ๆ ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยและการใช้อาคารที่ดีให้กับลูกค้าและผู้ใช้อาคาร”

อสังหาฯเคลื่อนยุทธศาสตร์ยั่งยืนมุ่งโครงการสีเขียวปั้น‘กรีนพอร์ต’

ยกระดับนวัตกรรมบริการด้านความยั่งยืน

ด้วยการยกระดับนวัตกรรมการบริการด้านความยั่งยืน หรือ Sustainability as a Service ซึ่งเป็นหนึ่งกลยุทธ์หลักในการขับเคลื่อนองค์กร Fสู่การเป็น “Real Estate as a Service Brand” หรือ การขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยต่อยอดด้านนวัตกรรมการบริการ เพื่อส่งมอบบริการที่เป็นเลิศ ซึ่งครอบคลุมการให้บริการโซลูชันต่าง ๆ ด้านอสังหาริมทรัพย์ และการพัฒนาอาคารตามมาตรฐานอาคารเขียวระดับสากลอย่าง LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) ที่ถึงแม้ว่าจะมีต้นทุนสูง! แต่“คุ้มค่า”เมื่อเทียบกับประโยชน์ที่จะได้รับในระยะยาว ทั้งการเสริมประสิทธิภาพการใช้งานอาคาร ประหยัดค่าใช้จ่าย ช่วยลดกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้าง Net Zero Community

สำหรับการพัฒนาอาคารตามแนวทาง LEED จะดำเนินการครอบคลุมด้านสิ่งแวดล้อมในมิติต่าง ๆ เช่น การก่อสร้างที่ไม่กระทบต่อระบบนิเวศ, การใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม, การใช้น้ำและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างสภาพแวดล้อมในอาคารที่เหมาะสมและช่วยยกระดับการใช้งานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นต้น

อสังหาฯเคลื่อนยุทธศาสตร์ยั่งยืนมุ่งโครงการสีเขียวปั้น‘กรีนพอร์ต’

คลังสินค้า โรงงาน อาคารสีเขียว

ทั้งนี้ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมของ FPT ถือเป็นเบอร์ 1 ของธุรกิจโรงงาน-คลังสินค้าให้เช่าที่มีพื้นที่อาคารเขียวมากที่สุดในประเทศไทย ซึ่งเป็นผลจากการส่งมอบอาคารให้แก่กลุ่มลูกค้าชั้นนำที่ต้องการใช้อาคารสอดคล้องตามแนวคิดด้านความยั่งยืน ด้วยอาคารแบบสร้างตามความต้องการของลูกค้า (Built-to-Suit) และแบบพร้อมใช้ (Ready-Built) ให้เป็นไปตามมาตรฐานอาคารเขียวระดับสากล LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) รวมถึงปรับปรุงอาคาร Ready-Built ให้ทันสมัยและสอดคล้องกับมาตรฐาน EDGE (Excellence in Design for Greater Efficiencies) ซึ่งการันตีประสิทธิภาพการใช้งานของอาคาร

ปัจจุบัน FPT มีอาคารโรงงาน-คลังสินค้าสมัยใหม่มากสุดในอาเซียน ด้วยพื้นที่ภายใต้การบริหารจัดการ 4 ล้านตร.ม. โดยผ่านการรับรองมาตรฐาน LEED ระดับ Gold, Silver, Certified แล้วกว่า 500,000 ตร.ม นอกจากนี้ ยังเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทยที่ปรับปรุงโรงงานที่อยู่ระหว่างการใช้งานเข้ารับการประเมินและผ่านการรับรองจาก EDGE โดยมีเป้าขยายพื้นที่อาคารเขียวเป็น 2 ล้านตร.ม.ภายในปี2569

อสังหาฯเคลื่อนยุทธศาสตร์ยั่งยืนมุ่งโครงการสีเขียวปั้น‘กรีนพอร์ต’

 ชูแนวคิด Customer Centric

ขณะเดียวกันได้ริเริ่มโครงการปรับปรุงโลจิสติกส์พาร์ค (Park Enhancement Initiative: PEI) ที่เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โลจิสติกส์ พาร์ค บางนา 1 จากการนำแนวคิด “Customer Centric” มาพัฒนาพื้นที่โลจิสติกส์พาร์คในรูปแบบ Smart and Sustainability มีจุดเด่นอยู่ที่การพัฒนาพื้นที่การใช้งานที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น และสอดรับกับแนวทางการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์และเปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED รวมถึงปรับภูมิทัศน์และจัดสรรพื้นที่กิจกรรมอย่างสวนสาธารณะ, สนามฟุตซอล, สนามเปตอง และลู่วิ่ง เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ปฏิบัติงานในโครงการ

อสังหาฯเคลื่อนยุทธศาสตร์ยั่งยืนมุ่งโครงการสีเขียวปั้น‘กรีนพอร์ต’ด้านธุรกิจพาณิชยกรรมของ FPT ที่ให้บริการอาคารสำนักงานชั้นนำเกรดเอและมิกซ์ยูสใจกลางเมือง ได้ให้ความสำคัญต่อการให้บริการลูกค้าชั้นนำและผู้ใช้บริการหลากหลายกลุ่ม พร้อมคำนึงถึงความเป็นอยู่ที่ดีและความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นพื้นฐานของการพัฒนาอาคารและการให้บริการเสมอ ซึ่งอาคารพาณิชยกรรมได้พัฒนาตามมาตรฐาน LEED

โดยมีอาคารปาร์คเวนเชอร์ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการเป็นอาคารมิกซ์ยูสแห่งแรกของไทยที่ได้รับรองมาตรฐาน LEED ระดับ Platinum ซึ่งเป็นระดับสูงสุด ภายในอาคารมีระบบควบคุมคุณภาพอากาศและลดมลพิษ พร้อมด้วยระบบปรับระดับแสงให้เหมาะสมกับแสงสว่างธรรมชาติ และระบบลิฟท์อัจฉริยะที่ช่วยประหยัดพลังงานได้ 30% เมื่อเทียบกับระบบปกติ รวมถึงมีพื้นที่สีเขียวสัดส่วน 25% ของพื้นที่ทั้งหมด เป็นต้น ขณะเดียวกัน อาคารเอฟวายไอ เซ็นเตอร์, อาคารสาทรสแควร์ และอาคารสามย่านมิตรทาวน์ ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED ในระดับ Gold อีกด้วย

กระตุ้นลูกค้า -พันธมิตรใส่ใจสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้บริษัทยังได้กระตุ้นให้ลูกค้าและผู้ใช้อาคารใส่ใจกับการรักษาสิ่งแวดล้อมมากขึ้นผ่านการจัดกรรมต่าง ๆ ภายในอาคาร เช่น กิจกรรมปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน (60+ Earth Hour), Tips for Trash จัดโซนให้ข้อมูลการคัดแยกขยะอย่างถูกวิธี ซึ่งมาพร้อมกับกิจกรรมแยกแล้วแลก ตั้งจุดรับบริจาคฝาขวดน้ำพลาสติกบริเวณล็อบบี้ เพื่อส่งต่อไปยังผู้รับบริจาคในการนำไป รีไซเคิลเป็นโต๊ะและเก้าอี้นักเรียนให้แก่โรงเรียนในชนบท

รวมทั้งยังได้ร่วมมือกับไปรษณีย์ไทย ตั้งกล่องรับบริจาคกล่องกระดาษและซองเอกสาร สำหรับนำไปรีไซเคิลเป็นอุปกรณ์สำหรับผู้พิการ พร้อมจับมือกับยูนิโคล่ ประเทศไทย รับบริจาคเสื้อกันหนาวที่ไม่ใช้แล้ว เพื่อส่งต่อให้ผู้ประสบภัยหนาวทางภาคเหนือของประเทศไทย เป็นการช่วยลดปัญหาขยะสิ่งทอที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม

อสังหาฯเคลื่อนยุทธศาสตร์ยั่งยืนมุ่งโครงการสีเขียวปั้น‘กรีนพอร์ต’

ด้านธุรกิจที่อยู่อาศัย FPT ส่งมอบการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืนผ่านการออกแบบและก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยการติดตั้งฟีเจอร์ที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย, การติดตั้งระบบ ERV (Energy Recovery Ventilation) ที่ช่วยระบายอากาศและปรับคุณภาพอากาศภายในบ้าน, การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่, สร้างกระบวนการคัดแยกขยะภายในโครงการ

“ ยิ่งกว่านั้น บริษัทจะเดินหน้าใช้พลังงานสะอาดกับการติดตั้ง EV Charger และโซลาร์เซลล์ที่มีแผนว่าใน2567 จะติดตั้งโซลาร์เซลล์ในคลับเฮาส์และบ้านตัวอย่างใน 71 โครงการ จำนวน 1,470 กิโลวัตต์ เทียบเท่ากับการปลูกต้นไม้ 100,000 ต้น รวมถึงอยู่ระหว่างการพัฒนาบ้านเดี่ยวตามมาตรฐาน LEED ”

อสังหาฯเคลื่อนยุทธศาสตร์ยั่งยืนมุ่งโครงการสีเขียวปั้น‘กรีนพอร์ต’

ประยุกต์มาตรฐานสากลและอาคารเขียว

นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในการพัฒนาความยั่งยืนของวงการอสังหาริมทรัพย์ ปฏิเสธไม่ได้ว่าการพูดถึงอาคารสีเขียว และอาคารประหยัดพลังงาน เป็นเรื่องที่ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวาง และมีความสำคัญอย่างมากต่อการดำรงธุรกิจ

ปัจจุบันในประเทศไทยมีการนำหลักเกณฑ์ของการรับรองอาคารเขียวมาปรับใช้ ผ่านมาตรฐานของ LEED และ WELL ซึ่งเป็นหลักสากล และ TREES ซึ่งนำหลักการของ LEED มาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับมาตรฐานของประเทศไทย โดยหลักการของ LEED และ TREES จะเน้นการพูดถึงเรื่อง 1. การพัฒนาโครงการ ได้แก่ การใช้พลังงาน การใช้น้ำ วัสดุและการจัดหาวัสดุ การพัฒนาโครงการที่ลดผล กระทบต่อระบบนิเวศเดิมในพื้นที่ 2. การใช้งานอาคาร ซึ่งจะพูดถึง indoor environment quality ที่ตอบโจทย์ต่อผู้ใช้งาน และในส่วนของ WELL จะเน้นการพูดถึง health และ well-being ของผู้ใช้งานอาคารนั้นๆเป็นหลัก

“แสนสิริ เองเล็งเห็นความสำคัญของหลักเกณฑ์เหล่านี้ และนำมาปรับใช้ในการพัฒนาโครงการ โดยแสนสิริมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจโดยสอดคล้องไปกับหลักการผ่าน sustainability 3 Green Framework ”

ตอบโจทย์ความยั่งยืน

สำหรับsustainability 3 Green Framework ได้แก่ 1. Green Procurement : การเลือกใช้วัสดุ Green Product และเลือกคู่ค้าที่ใส่ใจกระบวนการผลิตที่ยั่งยืน ใช้วัสดุในการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม2. Green Architecture and Design : การออกแบบที่อยู่อาศัยเพื่อการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน สร้างสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัย เช่นCool Living Designed Home นวัตกรรมบ้านเย็นช่วยประหยัดพลังงาน,Zero Waste Design การออกแบบที่ลดการสิ้นเปลืองและลดปริมาณขยะให้มากที่สุด,Universal Design การออกแบบเพื่อทุกคน ทุกวัย,Well Being ด้านคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของผู้อยู่อาศัย สะอาดปราศจากเชื้อโรค เสริมสร้างที่อยู่อาศัยด้วยนวัตกรรมเพื่อโลกเพื่อสิ่งแวดล้อมและ3. Green Construction : ที่มีขั้นตอนก่อสร้างที่เป็นมิตรต่อโลก ลดระยะเวลาสร้าง ลดฝุ่น ลดขยะ ลดการปล่อยคาร์บอน

อสังหาฯเคลื่อนยุทธศาสตร์ยั่งยืนมุ่งโครงการสีเขียวปั้น‘กรีนพอร์ต’

ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

  โดยในส่วนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ แสนสิริได้เน้นการพัฒนาผ่านแนวคิด Green Living Designed Home ซึ่งเน้นแนวคิดการลดใช้พลังงาน ลดการใช้น้ำ และ ใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นยังมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยมุ่งเน้นไปเรื่องของ well-being ของลูกค้าคู่ขนานไปด้วย ถึงแม้ว่าในช่วงแรกของการปรับเปลี่ยนการพัฒนาโครงการให้ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์ความยั่งยืนมากขึ้น

อาจตามมาด้วยต้นทุนในการพัฒนาที่สูงขึ้น แต่แสนสิริใส่ใจและควบคุมราคาเพื่อไม่ให้กระทบต่อลูกค้าและประโยชน์ที่จะได้รับ เช่น แสนสิริมีการปรับใช้ air condition จากรุ่นปกติ เป็น air invertor รวมถึงวัสดุที่ช่วยลดความร้อนในตัวบ้าน ซึ่งสามารถประหยัดการใช้พลังงานได้มากถึง 18% ซึ่งถือเป็นประโยชน์ต่อทั้งลูกบ้านของแสนสิริ สิ่งแวดล้อม และส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *