• 4 March 2024

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 34.94 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากปิดเมื่อวานที่ระดับ 35.06 บาท/ดอลลาร์

ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวผันผวน แต่โดยรวมแข็งค่าขึ้น ท่ามกลางการทยอยอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ หลังตลาดการเงินยังอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง

ขณะเดียวกัน เงินดอลลาร์เผชิญแรงกดดันจากการแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของสกุลเงินฝั่งยุโรป ทั้งเงินปอนด์และเงินยูโร หลังธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ต่างมีมติคงอัตราดอกเบี้ยเช่นเดียวกับเฟด แต่ทั้ง 2 ธนาคารกลาง กลับย้ำจุดยืนคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับสูง จนกว่าจะคุมปัญหาเงินเฟ้อได้สำเร็จ

วันนี้ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญรายเดือนของจีน รวมทั้งจับตารายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ เดือนธ.ค.จากฝั่งอังกฤษ ยูโรโซน และสหรัฐฯ เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางนโยบายการเงินของบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก

สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาท ประเมินว่า การแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องของเงินบาทนับตั้งแต่ตลาดรับรู้ผลการประชุมเฟด รวมถึงผลการประชุม BoE และ ECB อาจเริ่มชะลอลงบ้าง จนกว่าเงินบาทจะได้รับปัจจัยหนุนฝั่งแข็งค่าใหม่เพิ่มเติม

นายพูน คาดกรอบเงินบาทวันนี้จะอยู่ที่ระดับ 34.80-35.10 บาท/ดอลลาร์

ปัจจัยสำคัญ

เงินเยน อยู่ที่ระดับ 142.33 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานที่ระดับ 141.48/51 เยน/ดอลลาร์
เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.0986 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานที่ระดับ 1.0901/0905 ดอลลาร์/ยูโร
อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท.อยู่ที่ระดับ 35.133 บาท/ดอลลาร์
บีโอไอเผย 3 ภารกิจนายกฯ “เศรษฐา” ในญี่ปุ่น เข้าร่วมสัมมนาการค้าดึงการลงทุน พุ่งเป้า 5 อุตสาหกรรม พร้อมพบ 7 ผู้ผลิตยานยนต์ขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น และเข้าคุย 40 บิ๊กนักธุรกิจญี่ปุ่นเพื่อชักชวนลงทุนโปรเจกต์แลนด์บริดจ์

ที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและติดตามนโยบายการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) รับทราบและเห็นชอบแนวทางการดำเนินงานตามที่สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการฯ นำเสนอทั้งความคืบหน้าการพัฒนาอีวี การส่งเสริมการดัดแปลงรถยนต์ไฟฟ้าขนาดใหญ่ (EV Conversion) แนวทางการส่งเสริม System Integrator (SI) สำหรับอุตสาหกรรมการผลิต รวมถึงแนวทางการส่งเสริมและจัดการแบตเตอรี่ในประเทศและได้มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือทุกฝ่ายตามระเบียบขั้นตอน เพื่อกำหนดแนวทางที่เหมาะสมในการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมผลิตอีวี ครบวงจรเพื่อรักษาฐานการผลิตและศูนย์กลางการผลิตอีวีแห่งอาเซียน

รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจกับ 3 บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ได้แก่ หัวเว่ย กูเกิล และไมโครซอฟท์ โดยปี 67 จะเปิดโครงการ 1 อำเภอ 1 ไอทีแมน เพื่อให้มีผู้เชี่ยวชาญไอทีทุกอำเภอ “ดีอีมีเป้าหมายดึงการลงทุนและพัฒนากำลังคนดิจิทัล โดยเฉพาะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และคลาวด์ ร่วมกับเทคคอมพานีขนาดใหญ่รวมทั้งยังได้เปิดเจรจากับอาลีบาบาและแอมะซอนด้วย ประเมินว่าการดึงดูดการลงทุนและพัฒนาบุคลากรร่วมกันครั้งนี้ จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 300,000 ล้านบาท”

“ภูมิธรรม” ควง “อุ๊งอิ๊ง” ติดปีกผู้ประกอบการไทยด้วย “Soft Power x ทรัพย์สินทางปัญญา” ดันส่งออกซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่เวทีโลก ตั้งเป้า! เพิ่มรายได้ 20 ล้านครัวเรือน ทำเงินเข้าประเทศ 4 ล้านล้านบาทต่อปี
ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ได้ตัดสินใจตรึงอัตราดอกเบี้ยไม่เปลี่ยนแปลงในการประชุมนโยบายการเงินในวันพฤหัสบดี (14 ธ.ค.) แต่ส่งสัญญาณว่าจะยังไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในเร็ว ๆ นี้

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 19,000 ราย สู่ระดับ 202,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 220,000 รายดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันพฤหัสบดี (14 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายดอลลาร์หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่า อาจจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในปีหน้า สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นในวันพฤหัสบดี (14 ธ.ค.) ขานรับผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งส่งสัญญาณยุติวัฏจักรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า
นักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในการประชุมเดือนมี.ค. 2567 หลังจากที่เฟดส่งสัญญาณยุติวัฏจักรการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 3 ครั้งในปี 2567 ในการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐวันนี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Manufacturing Index) เดือนธ.ค.จากเฟดนิวยอร์ก, การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ย., PMI ภาคการผลิตขั้นต้นเดือนธ.ค.จากเอสแอนด์พี โกลบอล และ PMI ภาคบริการขั้นต้นเดือนธ.ค.จากเอสแอนด์พี โกลบอล

ที่มา:สำนักข่าวอินโฟเควสท์

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *