• 15 July 2024

มหาวิทยาลัยมหิดล เตรียมขยายผลเทคโนโลยี AI ผสมผสาน ’ตา-จมูก-ลิ้น’ ควบคุมคุณภาพอาหารและรสชาติของวัตถุดิบ ที่อาจเปลี่ยนไปเพราะสภาวะโลกร้อน

ช่วงหน้าแล้งของประเทศไทยในทุก ๆ ปี จะพบกับปัญหา “ราคามะนาว” ที่สูงขึ้น หรือมีราคาแพงมากขึ้น ด้วยเหตุที่ว่ามะนาวเป็นส่วนสำคัญของอาหารไทย และการดูแลรักษาผลผลิตของมะนาวเป็นเรื่องยาก ทำให้เกิดความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น จนร้านค้าหรือคนต้องเปลี่ยนไปใช้วัตถุดิบอื่นแทนเพื่อมาทดแทนมะนาว แต่ก็ไม่สามารถที่จะรักษารสชาติดั้งเดิมอันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไว้ได้

หรือในต่างประเทศที่ต้องประสบปัญหาจากภาวะโลกร้อน จนทำให้ “ซอสพริก” สูตรไทยที่ดังไปไกลทั่วโลก ต้องมีราคาสูงถึงหลักพันต่อขวด เนื่องจากขาดวัตถุดิบสำคัญทางการเกษตร

ผศ.ดร.ธีรเกียรติ์ เกิดเจริญ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ ม.มหิดล อาจารย์นักเทคโนโลยีจากมหาวิทยาลัยมหิดลที่มีผลงานตีพิมพ์และอ้างอิงสูงที่สุดใน Top2% ของโลกจากการจัดอันดับโดยมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ประจำปี 2566 เตรียมพัฒนาเทคโนโลยีควบคุมคุณภาพอาหาร สู้ปรากฏการณ์ภาวะโลกร้อนด้วย AI

จากตัวอย่างงานวิจัยที่ผ่านมาซึ่งได้ริเริ่มและเห็นผลแล้ว คือ การใช้เทคโนโลยีจมูก AI คัดแยกมะพร้าวน้ำหอมส่งออกของไทย โดยสามารถควบคุมคุณภาพของรสชาติน้ำมะพร้าวน้ำหอมของไทยให้ได้ตรงตามมาตรฐาน

อีกทั้งป้องกันกลโกงจากผู้ผลิตในการปลอมปนโดยเติมน้ำตาล หรือสารให้ความหวาน ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการมีภาวะน้ำตาลเกิน จนอาจกลายเป็นโรคเบาหวานในผู้บริโภค ด้วยเครื่องมือตรวจสอบทั้งในระดับโรงงาน และหน้างาน

ก้าวต่อไปจะพัฒนาเทคโนโลยี AI ผสมผสาน “ตา-จมูก-ลิ้น” ที่คาดว่าภายใน 5 ปีข้างหน้า ทั้งซัพพลายเชน ตั้งแต่ฟาร์ม จนถึงโต๊ะอาหาร จะทำให้ผู้ผลิต และผู้บริโภคมั่นใจได้ถึงคุณภาพอาหารว่าจะยังคงให้สัมผัสที่คงเดิม

โดยสามารถเชื่อมโยงไปถึงการให้ AI คอยดูแลคุณภาพชีวิต ในฐานะ “ผู้ช่วยสุขภาพ” ให้ข้อมูลประกอบการเลือกรับประทานอาหารอย่างเหมาะสมได้อีกด้วย

ทั้งนี้ มองว่าการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยปฏิวัติอุตสาหกรรมอาหาร จะช่วยเพิ่มมูลค่าได้มากกว่าการมุ่งเพียงทำตลาดส่งออก “ส่วนประกอบอาหาร” (Food Ingredients) เช่นปัจจุบัน จึงอยากขอส่งไม้ให้นวัตกรรุ่นใหม่มาช่วยกันทำให้อุตสาหกรรมอาหารไทยในวันข้างหน้าไปไกลมากกว่าในวันนี้

การนำ AI เข้ามาช่วยในอุตสาหกรรมอาหาร ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มมูลค่า แต่เป็ฯการลดปัญหาโลกร้อน ได้อีกด้วย

ที่มา : https://www.bangkokbiznews.com/tech/innovation/1104369

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *