“ดร.ประทีป ตั้งมติธรรม” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติอนุมัติให้ Supalai Australia Holdings Pty Ltd (บริษัทย่อยของ บมจ.ศุภาลัย) เข้าร่วมลงทุนกับ Stockland Communities Partnership HoldCo Pty Ltd ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ Stockland Corporation Ltd หนึ่งในบริษัทจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในออสเตรเลียจัดตั้งเป็นกิจการร่วมค้าใหม่ คือ “SSRCP HoldCo Pty Ltd” และได้มีการลงนามในสัญญากิจการร่วมค้า เพื่อลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศออสเตรเลีย มูลค่าลงทุนรวม 1,063 ล้านเหรียญออสเตรเลีย หรือ 25,300 ล้านบาท (คำนวณอัตราแลกเปลี่ยน 1 เหรียญออสเตรเลียต่อ 23.80 บาท ณ วันที่ 15 ธันวาคม 2566)

โดย Supalai Australia Holdings Pty Ltd ได้ลงทุนในสัดส่วนร้อยละ 49.9 คิดเป็นเงินลงทุนกว่า 530 ล้านเหรียญออสเตรเลีย หรือ 12,600 ล้านบาท ขณะที่ Stockland Communities Partnership HoldCo Pty Ltd ลงทุนร้อยละ 50.1 เพื่อร่วมกันซื้อโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เกือบทั้งหมด จากหนึ่งในบริษัทอสังหาริมทรัพย์แถวหน้าของออสเตรเลีย Lendlease Corporation Limited จำนวน 12 โครงการ ใน 4 รัฐ 5 เมืองสำคัญ

จุดโฟกัสอยู่ที่ 5 เมืองสำคัญดังกล่าว มีเมืองที่ศุภาลัยไม่เคยขยายตลาดมาก่อน ได้แก่ ซิดนีย์ (Sydney) และวูลลองกอง (Wollongong) ในรัฐนิว เซาท์เวลส์ (New South Wales) คิดเป็นมูลค่าโครงการของทั้ง 12 โครงการในสัดส่วนของศุภาลัย 5,785 ล้านเหรียญออสเตรเลีย หรือมากกว่า 137,700 ล้านบาท

โดยโครงการที่ศุภาลัยเข้าไปร่วมลงทุนทั้งหมด เป็นโครงการที่ดำเนินกิจการอยู่แล้ว ทำให้หลังจากโอนกรรมสิทธิ์จาก Lendlease Corporation Limited ทุกโครงการสามารถทำรายได้เข้าสู่บริษัทร่วมทุนได้ทันที

ก่อนหน้านี้ ศุภาลัยได้ขยายการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ประเทศออสเตรเลียตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน ช่วงที่ผ่านมามีการลงทุนไปแล้ว 12 โครงการ และทุกโครงการได้รับผลตอบรับจากลูกค้าอย่างดีและสม่ำเสมอ

จุดเด่นของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในออสเตรเลีย แนวโน้มยังคงเติบโตไปในทิศทางที่ดีอย่างต่อเนื่อง กลุ่มลูกค้ามีกำลังซื้อสูง ประกอบกับเศรษฐกิจมีความมั่นคงดี จึงคาดว่าจะสามารถทำผลตอบแทนให้บริษัทได้อย่างเป็นที่น่าพอใจ

ที่สำคัญ คีย์ซักเซสจากการลงทุนพัฒนาอสังหาฯในออสเตรเลียต่อเนื่อง 10 ปี พบว่า ศุภาลัยและหุ้นส่วนธุรกิจมีความคล้ายคลึงกัน อาทิ ความเป็นมืออาชีพ (Professionalism) ความถูกต้องทางกฎหมาย (Legality) จรรยาบรรณทางธุรกิจ (Business Integrity) ความน่าเชื่อถือ (Trustworthiness) ความถูกต้องดีงาม (Righteousness)

ซึ่งความคิดและความเชื่อที่เหมือนกันข้างต้น ส่งผลให้มีการสร้างสรรค์พัฒนาความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างกันที่ดียิ่งขึ้นในระยะยาว ทำให้มีความเชื่อมั่นว่า การเพิ่มน้ำหนักการลงทุนของศุภาลัยในครั้งนี้ จะเป็นการเพิ่มศักยภาพการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับองค์กร ทั้งในประเทศไทยและออสเตรเลีย

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ ออนไลน์

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *