ปภ.เผยวันส่งท้ายปี 2566 เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนวันเดียวพุ่ง 51 ศพ เจ็บ 416 คน ยอดรวม 3 วัน ช่วงรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 ดับแล้ว 128 ศพ เจ็บ 1,151 คน “กาญจนบุรี” ควบแชมป์เกิดอุบัติเหตุ-ผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ส่วน “กทม.” แชมป์ตายสะสม ขณะที่จังหวัดยอดตายเป็นศูนย์ลดเหลือแค่ 22 จังหวัด ด้านกรมบังคับคดีระบุคดีเมาขับยังครองแชมป์ จากคดีที่ศาลสั่งคุมประพฤติ 3 วัน 2,930 คดี เป็นคดีขับรถขณะเมาสุราถึงร้อยละ 97.75

ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เมื่อวันที่ 1 ม.ค. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วยนายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดี ปภ. และนายเธียรชัย ชูกิตติวิบูลย์ น.ส.ชัชดาพร บุญพีระณัช รองอธิบดี ปภ.ร่วมแถลงสรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2567 ประจำวันที่ 31 ธ.ค.2566 เกิดอุบัติเหตุ 424 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 416 คน ผู้เสียชีวิต 51 ราย สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 3 วันของการรณรงค์ (29-31 ธ.ค.2566) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,150 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ รวม 1,151 ราย ผู้เสียชีวิตรวม 128 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 22 จังหวัด

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2567 ว่าจากการรวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนน ประจำวันที่ 31 ธันวาคม 2566 วันที่สามของการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย เมืองไทยไร้อุบัติเหตุ” เกิดอุบัติเหตุ 424 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 416 คน ผู้เสียชีวิต 51 ราย

สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 37.26 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 32.78 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 86.91 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 80.19 ถนนใน อบต./หมู่บ้านร้อยละ 37.03 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 36.56 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 00.01-01.00 น. ร้อยละ 8.02 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุด อยู่ในช่วงอายุ 20-29 ปี ร้อยละ 21.20 จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,780 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 51,670 คน

โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ กาญจนบุรี (18 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (20 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ นครพนม และอุดรธานี (จังหวัดละ 4 ราย)

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวว่า สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 3 วันของการรณรงค์ (29-31 ธ.ค. 2566) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,150 ครั้ง ผู้บาดเจ็บรวม 1,151 คน ผู้เสียชีวิต รวม 128 ราย จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ กาญจนบุรี (44 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ กาญจนบุรี (43 คน) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (8 ราย) จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 22 จังหวัด

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า ในวันที่ 1 ม.ค.2567 ยังอยู่ในช่วงเฉลิมฉลองต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ประชาชน บางส่วนยังคงเดินทางท่องเที่ยวและทำบุญตามสถานที่ต่างๆ รวมถึงส่วนใหญ่เดินทางกลับเข้ากรุงเทพ มหานครและจังหวัดเขตเศรษฐกิจในภาคต่างๆ ทำให้เส้นทางหลักและเส้นทางสายรองที่เชื่อมต่อระหว่างจังหวัด มีปริมาณรถหนาแน่น ศปถ.จึงประสานจังหวัด อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวก ในการเดินทางแก่ประชาชน เจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องในเส้นทางสายต่างๆ โดยเฉพาะเส้นทางสายรองที่เชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านและอำเภอ ประชาชนใช้เป็นทางลัดออกสู่ถนนสายหลัก พร้อมคุมเข้มผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ทั้งขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับ ไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย รวมถึงประเมินความพร้อมของผู้ขับขี่ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการขับรถเร็วและง่วงหลับใน

นอกจากนี้ ให้ดูแลความปลอดภัยของประชาชนบริเวณสถานีขนส่ง ตรวจสอบพนักงานขับรถและสภาพรถโดยสารให้มีความพร้อมในการให้บริการผู้โดยสารและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

วันเดียวกัน นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวถึงสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติ ว่า วันที่ 31 ธ.ค.2566 มีคดีทั้งสิ้น 2,286 คดี เป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 2,247 คดี และคดีขับเสพ 39 คดี ยอดสะสมสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมประพฤติ 3 วัน ระหว่างวันที่ 29-31 ธ.ค.2566 มีจำนวนทั้งสิ้น 2,930 คดี จำแนกเป็นคดีขับรถขณะเมาสุรา 2,864 คดี คิดเป็นร้อยละ 97.75 คดีขับเสพ 65 คดี คิดเป็น ร้อยละ 2.22 คดี ขับรถประมาท 1 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.03 เมื่อเปรียบเทียบสถิติพบว่าคดีขับรถขณะเมาสุรา ปี 2565 จำนวน 1,687 คดี และปี 2566 จำนวน 2,864 คดี เพิ่มขึ้นจำนวน 1,177 คดี จังหวัดที่มีสถิติ คดีขับรถขณะเมาสุราสะสมสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ กรุงเทพมหานครและสมุทรปราการ 198 คดีเท่ากัน หนองคาย 173 คดี และนนทบุรี 150 คดี

ที่มา thairath.co.th

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *